Shopee Best Seller ทำยังไงให้สินค้าขายดี พร้อมวางแผนยิงแอดให้คุ้ม

Shopee Best Seller ทำยังไงให้สินค้าขายดี พร้อมวางแผนยิงแอดให้คุ้ม

By Nicharat K.21 SEP, 20264 views

TL;DR

  • เริ่มจากสินค้าที่มีคนซื้อจริง กำไรเหลือ และเติมสต็อกได้ ก่อนเลือกตัวที่จะลงโฆษณา
  • แก้รูป ชื่อสินค้า รายละเอียด และตัวเลือกให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้นก่อนเพิ่มคนเข้าร้าน
  • คำนวณเงินที่เหลือต่อออเดอร์เพื่อกำหนดค่าโฆษณาที่รับไหว ยอดขายสูงหรือ ROAS สูงไม่ได้แปลว่ากำไรดีเสมอไป
  • ใช้ข้อมูลโฆษณาควบคู่กับยอดขายและต้นทุนจริงของร้าน การลงโฆษณาไม่ได้รับประกันอันดับหรือป้ายขายดี

เปิดร้านใน Shopee มีสินค้าอยู่หลายสิบรายการ แต่พอจะยิงแอดกลับเลือกไม่ถูกว่าจะดันตัวไหน สินค้าที่ขายออกบ่อยก็กำไรบาง ส่วนตัวที่กำไรดีกลับมีคนกดดูน้อย ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการแยกเรื่อง “สินค้าน่าซื้อ” กับ “ค่าใช้จ่ายเพื่อให้คนเห็น” ออกจากกันก่อนครับ

บทความนี้จะพาเลือกสินค้าตัวหลัก ปรับหน้าสินค้า และวางงบโฆษณาจากตัวเลขที่ร้านรับไหว เหมาะกับ Shopee Seller ที่อยากขายดีขึ้น แต่ยังไม่รู้ว่าควรเริ่มแก้ตรงไหน

Shopee Best Seller คืออะไร และควรตั้งเป้าแบบไหน

คนค้นคำว่า shopee best seller อาจกำลังหาสินค้ายอดนิยม หรืออยากทำให้สินค้าของตัวเองขายดีขึ้น สำหรับเจ้าของร้าน เป้าหมายที่นำไปลงมือได้คือขายได้ต่อเนื่อง มีเงินเหลือหลังหักต้นทุน และส่งของได้ตามที่แจ้งลูกค้า

ต้องแยกเป้าหมายนี้ออกจากป้ายหรืออันดับที่แพลตฟอร์มแสดงด้วยครับ ตัวอย่างเช่น ในเครื่องมือเลือกสินค้าสำหรับโฆษณา Shopee มีคำแนะนำกลุ่ม Best Selling, Good ROAS และ Top Searched ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบการเลือกสินค้ามาลงโฆษณา ไม่ควรตีความว่าเป็นการรับรองว่าร้านจะติดอันดับขายดีบนหน้าที่ลูกค้าเห็น อ่านความหมายได้จาก คู่มือการเลือกสินค้าของ Shopee

แทนที่จะเริ่มด้วยคำถามว่า “ต้องขายกี่ชิ้นถึงจะได้ป้าย” ให้เริ่มจาก “สินค้าไหนของร้านขายแล้วเหลือเงิน และพร้อมรับออเดอร์เพิ่ม” จะช่วยให้ตัดสินใจเรื่องงบได้ชัดกว่าครับ

1. เลือกสินค้าตัวหลักจากยอดขาย กำไร และความพร้อม

ลองดึงข้อมูลสินค้าย้อนหลังในช่วงเดียวกัน เช่น 30 วัน แล้วเทียบแต่ละรายการด้วยเกณฑ์ต่อไปนี้ ช่วงเวลานี้เป็นกรอบเริ่มต้นสำหรับวิเคราะห์ร้าน ไม่ใช่เกณฑ์ของ Shopee

  • มีออเดอร์จริงหรือยัง และยอดนั้นเกิดจากวันปกติหรือช่วงลดราคาหนัก
  • หลังหักต้นทุนสินค้า ค่าธรรมเนียม ส่วนลดที่ร้านรับเอง และค่าแพ็ก เหลือเงินเท่าไร
  • มีสต็อกพร้อมขายแค่ไหน และสั่งเติมใช้เวลากี่วัน
  • ลูกค้าถามซ้ำหรือขอคืนสินค้าเพราะเรื่องใดบ่อย

ตัวอย่างสมมติ: ร้านขายของใช้ในบ้านมีทั้งกล่องเก็บของกับชั้นวางของ กล่องขายบ่อยกว่าแต่เหลือเงินต่อออเดอร์น้อย ขณะที่ชั้นวางมีกำไรดีกว่าแต่แพ็กยากและเสียหายระหว่างส่งบ่อย ร้านจึงควรแก้ปัญหาบรรจุภัณฑ์ของชั้นวางก่อน ส่วนกล่องต้องคำนวณว่ามีเงินพอจ่ายค่าโฆษณาหรือไม่

สำหรับร้านเล็ก อาจเริ่มทดสอบกับสินค้า 1–3 รายการเพื่อให้อ่านผลและดูแลสต็อกได้ทั่วถึง นี่เป็นข้อเสนอในการจัดงานของร้าน ไม่ใช่จำนวนที่แพลตฟอร์มบังคับครับ

2. ทำหน้าสินค้าให้ตอบคำถามก่อนพาลูกค้าเข้ามาเพิ่ม

ให้คนที่ยังไม่รู้จักร้านเปิดหน้าสินค้า แล้วลองตอบสามคำถาม: ขายอะไร เหมาะกับใคร และตัวเลือกที่กำลังจะซื้อได้อะไรบ้าง ถ้าต้องเลื่อนหาอยู่นาน ควรแก้หน้านี้ก่อนลงโฆษณาเพิ่ม

รูปแรกต้องเห็นสินค้าชัดและไม่ทำให้เข้าใจผิด

สมมติขายกล่องเก็บรองเท้าแบบแยกชิ้น รูปแรกควรทำให้เข้าใจว่าราคานี้ได้กี่กล่อง ถ้าใช้ภาพกล่องเรียงสิบใบ แต่ราคาเป็นของหนึ่งใบ ต้องสื่อจำนวนให้ชัด รูปถัดไปค่อยแสดงขนาด วิธีเปิด และภาพใช้งานจริง

ชื่อและรายละเอียดควรช่วยเลือกซื้อ

ตัวอย่างชื่อที่อธิบายสินค้าได้คือ “กล่องเก็บรองเท้าใส เปิดด้านหน้า ขนาด 35 × 25 × 19 ซม.” โดยใช้เฉพาะขนาดและคุณสมบัติจริงของสินค้านั้น รายละเอียดควรตอบว่าวางรองเท้าแบบไหนได้ ต้องประกอบหรือไม่ และได้รับอุปกรณ์อะไรบ้าง

ตัวเลือกต้องตรงกับรูป ราคา และสต็อก

ตรวจชื่อสี จำนวนชิ้น และขนาดให้ตรงกันทุกจุด โดยเฉพาะสินค้าที่มีทั้งแบบชิ้นเดียวและแบบแพ็ก ถ้าลูกค้าถามเรื่องเดิมหลายครั้ง ให้นำคำตอบไปเพิ่มในรูปหรือรายละเอียด แล้วดูว่าคำถามซ้ำลดลงหรือไม่

รีวิวจริงช่วยให้เห็นข้อกังวลที่ร้านอาจมองข้าม เช่น ขนาดเล็กกว่าที่คิดหรือประกอบยาก ใช้ข้อมูลนั้นปรับสินค้าและคำอธิบายให้ตรงความคาดหวังครับ

3. คำนวณค่าโฆษณาที่รับไหวก่อนตั้งงบ

เริ่มจากเงินที่เหลือต่อออเดอร์ก่อนค่าโฆษณา โดยใช้ยอดรับและต้นทุนของร้านจริง อย่าหักส่วนลดหรือค่าธรรมเนียมซ้ำ หากยอดที่นำมาใช้หักรายการเหล่านั้นแล้ว

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่อัตราค่าธรรมเนียม Shopee:

  • รายรับค่าสินค้าต่อออเดอร์หลังส่วนลดที่ร้านรับเอง: 500 บาท
  • ต้นทุนสินค้า: 250 บาท
  • ค่าธรรมเนียม ค่าแพ็ก และค่าใช้จ่ายผันแปรอื่นที่ร้านรับผิดชอบ: 100 บาท
  • เงินเหลือก่อนค่าโฆษณา: 500 − 250 − 100 = 150 บาท

ถ้าร้านต้องการเหลือเงินอย่างน้อย 50 บาทต่อออเดอร์เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายประจำและกำไร ค่าโฆษณาที่รับไหวในตัวอย่างนี้จะอยู่ที่ไม่เกิน 100 บาทต่อออเดอร์ ทั้งนี้ยังต้องเผื่อผลของการคืนสินค้าและยกเลิกด้วย

เมื่อใช้ฐานรายได้เดียวกัน ROAS ที่สัมพันธ์กับค่าโฆษณา 100 บาทคือ 500 ÷ 100 = 5 เท่า ส่วนจุดที่ใช้เงินเหลือ 150 บาทหมดไปกับโฆษณาจะอยู่ที่ประมาณ 3.33 เท่า และยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายประจำ

อย่านำเลข 5 เท่าไปใช้กับทุกร้าน สินค้าที่มีกำไรต่างกันต้องการผลตอบแทนต่างกัน อีกทั้งยอดขายที่ระบบโฆษณารายงานอาจมีนิยามต่างจากรายรับสุทธิของร้าน จึงต้องตรวจฐานตัวเลขก่อนเปรียบเทียบครับ

4. ใช้ Shopee Ads กับสินค้าที่พร้อม และตั้งเป้าให้มีเหตุผล

เมื่อเลือกสินค้าและคำนวณต้นทุนแล้ว ค่อยเข้า Shopee Ads เพื่อตรวจรูปแบบโฆษณาที่บัญชีใช้งานได้ หากเพิ่งเริ่มต้น อ่านภาพรวมใน คู่มือ Shopee Ads สำหรับคนขายมือใหม่ ก่อนก็ได้ครับ

สำหรับ GMV Max Custom ROAS ผู้ขายสามารถกำหนดเป้าหมายผลตอบแทนจากค่าโฆษณาได้ โดยคู่มือ Shopee แนะนำให้พิจารณาข้อมูลย้อนหลังและค่าที่ระบบแนะนำ การตั้งเป้าสูงเกินไปอาจจำกัดการใช้จ่าย และแพลตฟอร์มไม่ได้รับประกันว่าจะทำได้ตามเป้าหมาย อ่านรายละเอียดใน คู่มือ GMV Max ของ Shopee

วิธีนำมาใช้กับร้านคือเทียบสองตัวเลข: ผลตอบแทนที่สินค้าพอทำได้จากข้อมูลเดิม กับผลตอบแทนขั้นต่ำที่ต้นทุนร้านต้องการ หากสองตัวนี้ห่างกันมาก ควรกลับไปแก้ราคา ต้นทุน หรือข้อเสนอ ไม่ใช่ตั้งค่าให้สูงแล้วรอให้ระบบแก้กำไรให้ทั้งหมด

กำหนดงบทดลองเป็นเงินที่ร้านรับความเสี่ยงได้ พร้อมบันทึกวันเริ่ม สินค้าที่ทดสอบ งบ และเป้าหมายไว้ อย่าทุ่มเงินทั้งหมดลงในครั้งแรกเพียงเพราะเห็นยอดขายของร้านอื่นครับ

5. อ่านผลตามจุดที่ลูกค้าหยุด แล้วค่อยแก้ให้ตรงเรื่อง

การเห็นยอดขายน้อยอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ลองไล่ดูตามลำดับนี้

โฆษณาแสดงน้อย: ตรวจสถานะแคมเปญ งบ สต็อก และข้อจำกัดที่ระบบแจ้งก่อน หากใช้เป้าหมาย ROAS ให้ทบทวนว่าเป้าหมายสอดคล้องกับข้อมูลเดิมหรือไม่ อย่าเพิ่งสรุปว่าสินค้าไม่มีคนต้องการ

มีการแสดงผลแต่คนคลิกน้อย: ทบทวนรูปแรก ชื่อสินค้า และข้อเสนอที่เห็นก่อนเข้าหน้าสินค้า ลองเปลี่ยนองค์ประกอบหลักทีละอย่าง เพื่อให้พอแยกได้ว่าอะไรส่งผล

มีคนคลิกแต่ไม่ซื้อ: ตรวจว่าราคากับตัวเลือกตรงความคาดหวังไหม ค่าส่งและเวลาจัดส่งเหมาะกับลูกค้าหรือไม่ รวมถึงมีรายละเอียดใดที่ยังต้องทักมาถาม

มีออเดอร์แต่เงินเหลือน้อย: กลับไปดูต้นทุนจริง ส่วนลด ค่าโฆษณา และยอดคืนสินค้า การเพิ่มออเดอร์อาจทำให้เหนื่อยขึ้นโดยไม่ได้เหลือเงินเพิ่ม

ตัวอย่างเช่น ถ้าคนคลิกกล่องเก็บรองเท้าเข้ามาแล้วพบว่าราคาที่เห็นเป็นคนละขนาดกับรูปหลัก จุดที่ควรแก้ก่อนคือความชัดเจนของหน้าสินค้า ไม่ใช่เพิ่มงบเพื่อส่งคนเข้ามาเจอความสับสนเดิมครับ

6. เพิ่มงบเมื่อร้านรับออเดอร์เพิ่มได้จริง

ก่อนเพิ่มงบ ให้ตรวจทั้งผลโฆษณาและงานหลังบ้าน สินค้าที่ดูขายดีอาจขยายต่อไม่ได้หากสต็อกเติมช้า แพ็กไม่ทัน หรือมีปัญหาคุณภาพที่ยังไม่แก้

ใช้เช็กลิสต์สั้น ๆ ก่อนตัดสินใจครับ

  • เงินเหลือหลังค่าโฆษณาเป็นไปตามเป้าที่ร้านวางไว้หรือยัง
  • ผลที่เห็นมาจากช่วงปกติหรือโปรโมชันพิเศษ และมีข้อมูลมากพอให้ตัดสินใจหรือไม่
  • สต็อกและทีมแพ็กรองรับยอดเพิ่มได้แค่ไหน
  • หากค่าโฆษณาสูงขึ้น ร้านจะลดงบหรือหยุดทบทวนเมื่อถึงจุดใด

ไม่ควรปรับราคา รูป โปรโมชั่น และงบพร้อมกันทั้งหมด เพราะจะอ่านสาเหตุของผลที่เปลี่ยนได้ยาก ส่วนแคมเปญที่กำลังเรียนรู้ ให้ตรวจคำแนะนำในบัญชีและหลีกเลี่ยงการแก้ไขที่ไม่จำเป็นตามแนวทาง Shopee แต่หากพบสินค้าผิดรายการหรือค่าใช้จ่ายเกินขอบเขตที่ร้านรับไหว ต้องแก้ปัญหานั้นก่อน

เริ่มจากสินค้าหนึ่งตัวที่ร้านเข้าใจต้นทุน

การทำให้สินค้าใน Shopee ขายดีเริ่มได้จากการเลือกสินค้าที่พร้อม ทำหน้าสินค้าให้ชัด และรู้ว่าจ่ายค่าโฆษณาได้เท่าไร วันนี้ลองเลือกสินค้าหนึ่งรายการแล้วจดรายรับ ต้นทุน เงินเหลือก่อนค่าโฆษณา และปัญหาที่ลูกค้าถามบ่อย จะเห็นงานที่ควรทำต่อชัดขึ้นครับ

ถ้าอยากแลกเปลี่ยนวิธีอ่านผลโฆษณาและโจทย์ที่เจอจากการขายออนไลน์ เข้ามาคุยกันใน กลุ่มเรียนรู้การตลาดออนไลน์ของ Statlix ได้ครับ

คำถามที่พบบ่อย

ต้องขายกี่ชิ้นถึงจะเป็น Shopee Best Seller?

บทความนี้ยังไม่มีหลักฐานทางการที่ยืนยันจำนวนชิ้นตายตัวสำหรับทุกหมวดสินค้าและทุกป้าย จึงไม่ควรตั้งเป้าจากตัวเลขที่ไม่มีที่มา หากหมายถึงป้ายเฉพาะในแอป ให้ตรวจเงื่อนไขของป้ายนั้นกับ Shopee โดยตรงครับ

ยิงแอดแล้วจะได้ป้ายขายดีไหม?

การลงโฆษณาไม่ได้รับประกันป้ายหรืออันดับขายดี เป้าหมายที่ร้านควรติดตามคือออเดอร์ที่ส่งสำเร็จ เงินเหลือหลังต้นทุน และความพร้อมในการรับยอดเพิ่ม

ร้านใหม่ยังไม่มีรีวิว ควรเริ่มตรงไหน?

เริ่มจากรูปและรายละเอียดที่ตรงสินค้า ตัวเลือกที่ไม่สับสน และการจัดส่งตามที่แจ้งไว้ หากทดลองลงโฆษณา ให้ใช้งบที่รับความเสี่ยงได้และนำคำถามจากลูกค้ามาปรับหน้าสินค้า ไม่สร้างรีวิวหรือออเดอร์ปลอมครับ

ROAS เท่าไรถึงคุ้มสำหรับร้านใน Shopee?

ไม่มีค่าที่เหมาะกับทุกร้าน ต้องคำนวณจากต้นทุนและเงินที่ต้องการเหลือต่อออเดอร์ พร้อมตรวจนิยามรายได้ในรายงานโฆษณา สินค้าที่กำไรบางอาจต้องการ ROAS สูงกว่าสินค้าที่กำไรต่อออเดอร์มาก

Tags:marketplace-adsshopeeshopee-ads
บทความล่าสุด

เคล็ดลับยิงแอด & ปิดการขาย

ดูบทความทั้งหมด